ทำไมมันฝรั่งเป็นลำต้น

มาหาคำตอบกันว่าทำไม….มันฝรั่งจึงเป็นลำต้นไม่ใช่ราก

น่าดูมาก วิธีผลิตมันฝรั่งทอดกรอบ

ขอขอบคุณคลิปดีๆเพื่อการศึกษาจาก

http://www.clipmass.com/movie/1980638209393456

ลำต้น(Stem)

สามารถจำแนกลำต้นออกตามแหล่งที่อยู่ได้สองประเภทใหญ่ ๆ ได้แก่ ลำต้นเหนือดินและลำต้นใต้ดิน ( Underground stem)

ลำต้นใต้ดิน ( Underground stem)

    1. เหง้า ( rhizome or root stock) เป็นลำต้นใต้ดินที่มักเจริญในแนวขนานกับผิวดิน อาจมีลักษณะกลมแตกติดต่อกันหรือกลมยาว มีข้อและปล้องสั้นๆ มีใบเกล็ดหุ้มตาไว้ ตาอาจแตกแขนงเป็นลำต้นใต้ดินหรือลำต้น และใบแทงขึ้นเหนือดินมีส่วนรากแทงลงดิน ได้แก่ ขมิ้น ขิง ข่า พุทธรักษา
    2. Tuber เป็นลำต้นใต้ดินสั้นๆ ประกอบด้วยข้อและปล้อง 3-4 ปล้องไม่มีใบลำต้นมีอาหารสะสม ทำให้อวบกลม มีตาอยู่โดยรอบเกล็ด บริเวณปล้องมีตาซึ่งตามักจะบุ๋มลงไป ตาเหล่านี้สามารถงอกเป็นต้นใหม่ได้ ได้แก่ มันฝรั่ง มันหัวเสือtuber
    3. Bulbเป็นลำต้นใต้ดินที่ตั้งตรงมีข้อปล้องสั้นมากตามปล้องมีใบเกล็ด(ScaleLeaf)ทำหน้าที่สะสมอาหารซ้อนห่อหุ้มลำต้นไว้หลายชั้นจนเห็นเป็นหัวลักษณะกลมใบชั้นนอกสุดจะลีบแบนไม่สะสมอาหาร ส่วนล่างของลำต้นมีรากเป็นกระจุก เช่น หอม กระเทียม พลับพลึง ว่านสี่ทิศหัวกลม 

    4. Corm เป็นลำต้นใต้ดินที่มีลำต้นตั้งตรงลักษณะกลมยาวหรือกลมแบนมีข้อปล้องเห็นชัดตามข้อมีใบเกล็ดบางๆ หุ้ม ลำต้นสะสมอาหารทำให้อวบกลมมีตาตามข้อสามารถงอกเป็นใบโผล่ขึ้นเหนือดินหรืออาจแตกเป็นลำต้นใต้ดินต่อไปได้ด้านล่างของลำต้นมีรากฝอยเส้นเล็กจำนวนมาก ได้แก่ เผือก แห้ว บัวสวรรค์ ซ่อนกลิ่นbulb

ลำต้นเหนือดิน ( Aerial  stem )

    1. ลำต้นเลื้อย(Creepin stem, Prostate  stem )   เป็นลำต้นที่ทอดหรือเลื้อยขนานไปตามผิวดินหรือผิวน้ำ ตามข้อมักมีรากงอกออกมาแล้วแทงลงในดินเพื่อช่วยยึดลำต้นนอกจากนี้บริเวณข้อจะมีตาเจริญไปเป็นแขนงยาวขนานไปกับพื้นดินหรือผิวน้ำซึ่งจะงอกรากและลำต้นขึ้นใหม่และจะแยกเช่นนี้เรื่อยๆไปเป็นการแพร่พันธุ์ของพืชได้วิธีหนึ่งแขนงที่ขนานไปตามพื้นดินหรือผิวน้ำดังกล่าวนี้ เรียกว่า ไหล ( Stolon หรือ Runner ) เช่น  ต้นหญ้า  ผักบุ้ง  ผักกระเฉด  ผักตบชวา บัวบก  สตรอเบอรี่ เป็นต้น

    2. ลำต้นไต่ ( Climbing stem )   เป็นลำต้นที่เลื้อยหรือไต่ขึ้นที่สูง มักมีลำต้นอ่อนเป็นพวกไม้เลื้อย ได้แก่
2.1   ทไวเนอร์ ( Twiner )   เป็นลำต้นที่ไต่ขึ้นที่สูงโดยใช้ลำต้นพันกับหลักเป็นเกลียว เช่น  ต้นถั่ว  บอระเพ็ด  และเถาวัลย์ต่างๆ
2.2   มือเกาะ ( Stem  tendril )   เป็นลำต้นที่ดัดแปลงไปเป็นมือเกาะ ( tendril ) สำหรับพันหลักเพื่อไต่ขึ้นที่สูง ส่วนของtendril จะบิดเป็นเกลียวคล้ายลวดสปริงเพื่อให้ยืดหยุ่นเช่นบวบแตงกวาฟักทอง กะทกรก   พวงชมพู  เป็นต้น
2.3   รูทไคลม์เบอร์ ( Root  climber )   เป็นลำต้นที่ไต่ขึ้นที่สูง โดยใช้รากซึ่งงอกออกมาตามข้อยึดกับหลักหรือต้นไม้ เช่นต้นพริกไทยพลู   พลูด่าง
2.4   หนาม ( Stem  spine or Stem  thorn )   เป็นลำต้นที่ดัดแปลงไปเป็นหนามรวมทั้งขอเกี่ยวสำหรับไต่ขึ้นที่สูง เช่นเฟื่องฟ้า  มะนาว   มะกรูด
พวกส้มต่างๆ  ไมยราบ

3. แคลโดฟิลล์ ( Cladophyll )   เป็นลำต้นที่เปลี่ยนไปมีลักษณะคล้ายใบ ทำหน้าที่แทนใบโดยมีสีเขียวและสังเคราะห์แสงได้ เช่น  สนทะเล พญาไร้ ใบ   กระบองเพชร  โปร่งฟ้า
4. บัลบิล ( Bulbil )  เป็นลำต้นเหนือดินสั้นๆ มีใบออกมาเป็นกระจุก เช่น  หอม  กระเทียม
Cladophyllขอขอบคุณความรู้ดีๆจาก

http://www.thaigoodview.com/library/contest2551/science04/67/2/html/Stem2.htm

นิทานสอนใจจากเด็กอนุบาล

1_display

คุณครูในโรงเรียนสอนเด็กอนุบาลแห่งหนึ่ง
ตัดสินใจที่จะให้เด็กนักเรียนในชั้นของเธอเล่นเกมได้
ดังนั้นเธอจึงบอกให้เด็กนักเรียนแต่ละคนในชั้นนำมันฝรั่งใส่ถุงพลาสติกมาจำนวนหนึ่ง
บนมันฝรั่งแต่ละหัวให้เขียนชื่อคนที่รังเกียจเอาไว้
ดังนั้นจำนวนหัวมันฝรั่งที่เด็กนักเรียนใส่ไว้ในถุงของเขาจะขึ้นอยู่กับจำนวนคนที่เขารังเกียจไม่ชอบ
และเมื่อถึงวันกำหนด เด็กๆ ทุกคนก็นำมันฝรั่งที่มีชื่อคนที่เขารังเกียจติดตัวมา
บางคนมีมัน 2 หัว บางคนมีมัน 3 หัว
ในขณะที่บางคนมีถึง 5 หัว จากนั้นคุณครูได้สั่งให้เด็กนักเรียนนำ
มันฝรั่งของตนเองใส่ถุงถือติดตัวไปทุกๆ แห่ง
(แม้กระทั่งเข้าห้องน้ำ) เป็นระยะเวลา 1 อาทิตย์
หลังจากที่หลายๆ วันผ่านไป
พวกเด็กๆ ก็เริ่มบ่นถึงกลิ่นที่ไม่สู้จะดีออกจากมันฝรั่งที่เริ่มเน่า
นอกจากนั้นเด็กที่มีมันฝรั่ง 5 หัว ก็ยิ่งบ่นที่ต้องถือ
ถุงหนักกว่าคนอื่น เมื่อเวลา 1 อาทิตย์สิ้นสุดลง
พวกเด็กนักเรียนจึงได้รู้สึกปลดปล่อยเพราะเกมได้จบลงแล้ว
คุณครูถามว่า ” พวกเธอรู้สึกอย่างไรกับการที่ต้องถือมันฝรั่งติดตัวอยู่ 1 อาทิตย์”
พวกเด็กๆ จึงระบายความหงุดหงิดไม่พอใจออกมา
และบ่นถึงความลำบากที่พวกเขาต้องเจอจากการที่ต้องถือถุงมันฝรั่งที่
ทั้งหนักและส่งกลิ่นเหม็นเน่า
หลังจากนั้นคุณครูจึงอธิบายให้เด็กๆ ได้ทราบถึงความหมายที่แท้จริง
ที่ซ่อนอยู่ในเกม คุณครูกล่าวว่า
” นี่เป็นเหมือนกับสถานการณ์จริงๆ เมื่อเราต้องแบกเก็บความ
เกลียดชังผู้อื่นไว้ในใจ มลพิษของความเกลียดชัง
จะกัดกร่อนใจของเรา และติดตัวเราไปทุกๆ ที่ที่เราไป
ถ้าขนาดที่เรายังทนไม่ได้กับกลิ่นเน่าเหม็นของมันฝรั่ง
ในช่วง 1 อาทิตย์ ลองคิดดูว่า มันจะเป็นเช่นไร
ถ้าเราแบกเก็บความเกลียดชังไว้ตลอดชั่วชีวิต”
คติสอนใจจากนิทานเรื่องนี้ คือ
โยนทิ้งความเกลียดชังผู้อื่นออกไปจากใจคุณ
เพื่อที่ว่าคุณจะได้ไม่ต้องแบกรับบาปนี้ไปชั่วชีวิต
ให้อภัยผู้อื่น ถือเป็นทัศนคติที่ดีที่สุดที่ควรยึดถือไว้
รักชื่นชมผู้อื่น แม้ว่าคุณจะไม่ชอบพวกเขา
ความรักที่แท้จริงนั้น ไม่ใช่การรักชอบบุคคลที่สมบูรณ์แบบ
แต่เป็นการรักชอบชื่นชมบุคคลที่ไม่สมบูรณ์แบบให้สมบูรณ์มากๆ

ขอขอบคุณบทความแห่งความรู้สึกดีๆจาก

http://atcloud.com/stories/75100

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s